เมื่อวานๆไปนั่งรอเพื่อนที่แถวสยาม เจอหนุ่มน้อยวันละอ่อนคนนึงใส่เสื้อยืดสกรีนคำว่า "พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้วที่หน้าอก" เราเลยฉุกคิดขึ้นมากว่า นี่มันอะไรกัน???
พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว เป็นคำพูดที่สื่อความหมายไปในทางที่ว่า อย่านิ่งนอนใจ อย่าชะล่าใจ อยากทำอะไรก็ให้รีบทำเสีย เพราะโลกนี้มันไม่แน่นอน ทำก่อนที่จะไม่มีโอกาสให้เราทำ
ใครจะไปรู้ได้ว่าโอกาสมันจะมาถึงมือเราเมื่อไร และในชีวิตนึงนั้นเราจะมีโอกาสที่จะพบโอกาสดีดีที่สำคัญๆในชีวิตเสียกันสักกี่ครั้ง โอกาสไม่มีการบอกการเตือนล่วงหน้า ถ้าถึงเวลา มันก็มาเลย
ถือว่าเป็นความจริงเสียทีเดียว ว่าถ้าเราอยากที่จะทำอะไรแล้วเราไม่ยอมที่จะเริ่มไม่ยอมที่จะลงมือทำ บางทีสิ่งๆนั้นมันอาจจะ สายเกินไปที่จะทำสำหรับเราแล้ว
ตอนที่เราเป็นเด็กเป็นเล็ก เราได้ใส่ชุดนักเรียน ชุดนิสิต ได้ถักเปีย เราสามารถ ใช้accessoriesคิขุประดับประดาตามร่างกาย ได้ แต่ตอนนี้มันสายไปเสียแล้วที่เราจะทำสิ่งเหล่านั้น
แต่...บางวูบของชีวิตเราไม่ได้คิดแบบนี้แล้วล่ะ
บางครั้งเราได้พบเจอบางอย่างซึ่งเราไม่รู้ว่านั่นถือเป็นโอกาส โอกาสหนึ่งที่มาถึงเรารึเปล่า เราอาจจะหยุดพิจารณามันอย่าจริงจัง หรือเราจะแค่เพียงรับรู้และมองผ่านไป
บางคนเลือกที่จะปล่อยโอกาสนั้น เพราะคิดว่ามันไม่เหมาะกับตัวเอง
บางคนเลือกที่จะไม่ใส่ใจโอกาสนั้นเพราะคิดว่าจะมีโอกาสใหม่ที่ดีกว่ากำลังรออยู่ในอนาคต
บางคนเลือกที่จะปล่อยโอกาสนั้นเพราะคิดว่าเหมาะกับคนอื่นมากกว่าตัวเอง
บางคนเลือกที่จะปล่อยโอกาสนั้นเพราะคิดว่าสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้เหมาะสมและดีกับเราอยู่แล้ว
บางคนเลือกที่จะปล่อยโอกาสนั้นเพราะคิดว่าถ้าทำไปอาจทำให้คนรอบข้างเราเสีบใจ
บางคนเลือกที่จะปล่อยโอกาสนั้นเพราะคิดว่าไม่คุ้มที่จะเสี่ยง
แล้วคนที่ปล่อยโอกาสนั้นเพราะไม่รู้ว่าโอกาสนั้นมาถึงตัวเค้าแล้วล่ะ??
แบบนี้จะเรียกว่าสายไปไหม
สำหรับคนที่ไม่รู้เลยว่าชีวิตต้องการอะไร คนที่ไม่เคยหวังว่าจะให้สิ่งใดเกิดขึ้นกับชีวิต คนที่สามารถเอ่ยตอบคนอื่นว่าอะไรก็ได้ยังไงก็ได้เเบบง่ายๆ คนแบบนี้จะรู้รึเปล่านะว่าโอกาสอาจเคยมาถึงตัวเขาแล้ว...
ข้อคิดวันนี้ : เรากำลังแสวงหาอะไร โดย มหาตมะ คานธี