o_O

2007/Oct/02

หลายวันก่อนเราว่างมากไม่รู้จะทำอะไร เลยกะจะเขียนเมลให้เพื่อนแล้วอยู่ๆเราก็เขียนมันออกมา ณ.จนถึงตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าเราคิดอะไรอยู่ถึงเขียนออกมาแบบนี้

วันนี้ที่นี่ยังคงหนาวเหมือนทุกๆวัน ถึงเเม้ว่าเราจะใส่เสื้อผ้ามากขึ้น แต่ความหนาวนั้นยังคงอยู่
ความหนาวสัมผัสไม่ได้ เเต่เรารู้สึกได้ เหมือนกับหลายๆสิ่งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต

วันนี้เรายังต้องมาที่นี่เหมือนกับเมื่อวันก่อน และยังร้สึกกับที่แห่งนี้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ความรู้สึกเบื่อหน่ายไม่เคยจะลดลง และดูเหมือนมันจะค่อยๆก่อตัวเพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำ

ผู้คนรอบข้างเราส่วนมากยังเป็นคนคนเดิม ที่เจอะเจอกันอยู่ทุกวี่วัน
นอกเหนือจากนั้นจะเป็นคนจร ที่เราจำต้องพบปะพูดคุยกันตามหน้าที่ที่ควรจะเป็น
ไม่มีอะไรนอกเหนือจากนั้น ไม่มีอะไรลึกซึ้งมากว่านั้น
ไม่มีอะไรเกินกว่าคนสองคนที่จำต้องเจอกันด้วยเหตุผลบางประการที่เอื้อประโยชน์ต่อคนทั้งสองฝ่าย

ถึงคนจะเยอะ แต่มันก็ไม่ได้ทำให้ความเบื่อหน่ายหายไปได้เลย
ถึงคนจะเยอะ แต่มันก็ไม่ได้ช่วยทำให้รู้สึกว่าจะหนาวน้อยลงเลย

สายตาที่เย็นชา คำพูดที่โหดร้ายรุนแรง สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทวีคูณความหนาวภายในใจของเรา
ความคิดที่โง่เง่า งุ่นง่าน งงงวย หงุดหงิด และอีกหลายต่อหลาย ง. การแสดงออกที่อวดดี((ทั้งๆที่ไม่มีอะไรดีจะให้อวด))
สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบสำคัญที่หล่อหลอมจิตเราให้ตกต่ำ และ เกิดอารมณ์เบื่อหน่ายอย่างมากในการใช้ชีวิตของเรา

"เกิดมาทำไม" คำถามนี้หลายคนอาจจะฉุกคิดขึ้นมาได้ด้วยตัวของตัวเองขณะที่เจอกับเหตุการ์บางอย่าง
หรือบางคนอาจจะเพิ่งจะเริ่มคิดได้เมื่อได้ยินใครสักคนพูดขึ้นมา หรือ อาจจะเป็นตอนที่อ่านเจอในหนังสือโดยบังเอิญ

คำถามนี้เป็นคำถามที่เราคิดว่าหลายคนพยายามที่จะหาคำตอบให้กับมัน แต่แน่นอนคำถามนี้ไม่เหมือนกับคำถามทั่วไป
คำถามนี้เป็นคำถามที่ไม่ตายตัว และไม่มีคำตอบที่แน่นอน ก็เหมือนกับการที่เอะใจที่จะลองมองดูโลกก็จะรู้ว่า โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน(1*)

หลายคนพยายามหาคำตอบของคำถามนี้มาตลอดชีวิต แต่ก็ไม่ได้คำตอบที่ต้องการ
แต่สิ่งที่ได้อาจจะเป็นการมองเห็นวิถีหรือวงจรชีวิตของตัวเองที่เด่นชัดมากกว่าคนอื่น

หลายคนเออ ออไปกับคำตอบที่เคยมีคนเคยบอกไว้ โดยทีไม่เคยคิดจะค้นหาคำตอบนั้นด้วยตัวของตัวเองเพราะเชื่อว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว

หลายคนคิดคำตอบได้ด้วยตัวของตัวเอง แต่กลับเลือกที่จะเชื่อตามที่คนอื่นบอกมากกว่า

หลายคนพอได้ยินคำถามนี้ก็อาจจะตอบออกมาได้อย่างง่ายดาย แต่อย่าลืม ว่าสิ่งที่เราคิด กับสิ่งที่คนอื่นคิดกับเรานั้นมันต่างกัน
ก็เหมือนอย่างที่พูดๆไป โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน สิ่งต่างๆในโลกไม่มีอะไรที่เหมือนกัน คนเราทุกคนต่างกัน และสิ่งที่สำคัญ

"คนเรามีเส้นทางเดินชีวิตของตัวเอง และเส้นทางนั้นย่อมไม่เหมือนกัน"

ความคิด กับความเชื่อของคนเป็นสิ่งที่แยกจากกันไม่ออก และเป็นสิ่งที่แสดงถึงความเป็นตัวตนของคนคนนั้นได้อย่างดีเยี่ยม
ถ้าจะลองเปรียบดูคงเหมือนกับการที่คนส่องกระจก เพราะเงาที่สะท้อนออกมานั้น เปรียบเหมือนได้กับความคิดและความเชื่อของเรา

ขงจื้อได้กล่าวไว้ว่า สิ่งที่ทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์์คือการเรียนรู้
มนุษย์สามารถที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ รวมถึงนำเอาสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอตีดมาใช้เป็นบทเรียนที่เพื่อที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น
ขงจื้อเชื่อว่า การอบรมสั่งสอนของพ่อแม่ที่เกิดก่อน คำสอนของครูบาอาจารย์ รวมถึงข้อความในตำรานั้น
เป็นกระบวนการอย่างหนึ่งที่ทำให้คนกลายเป็นคนที่สมบูรณ์ และการกระทำที่ว่านั้นเรียกว่าการขัดเกลา

การขัดเกลา เราเข้าใจว่าเป็นการปลูกฝังค่านิยมและความเชื่อเข้าไปในจิตใจของคนคนหนึ่ง

ถ้าเราลองคิดตามหลักโลจิคง่ายๆ คนคนหนึ่ง ถ้าอยู่กับคนที่ดี คนนั้นย่อมเป็นคนดี
แต่ชีวิตเราไม่ได้ง่ายเช่นนั้น คนธรรมดา ถูกเลี้ยงดูด้วยคนดี คนคนนั้นไม่จำเป็นต้องเป็นคนดีเสมอไปตามข้ออ้างที่(1*)ด้านบน

ดังนั้นก็มีความน่าจะเป็นที่คนคนหนึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้คนอื่นรู้สึกหนาวเเละเบื่อได้
และในทางกลับกัน เราเองก็อาจเป็นต้นเหตุให้คนอื่นรู้สึกอย่างนั้นได้เช่นกัน

แล้วไงต่อ???

สุดท้ายเมลนั้นก็ไม่ได้ส่งเพราะคิดว่าถ้าเพื่อนเราได้รับคงจะตกใจ เลยเอามาลงในนี้ดีกว่า

ออกมาผ่อนคลาย...

ข้อคิดวันนี้ : ความคิดที่ไม่เรียบง่าย เป็นเพราะจิตใจที่ฟุ้งเฟ้อ

สวัสดี

Comment

Comment:

Tweet


I always followed your weblog, I learned a few things from your blog, would like to thanks yo you, I hope you have a happy day
#14 by search engine optimization service (182.186.181.224) At 2012-01-18 16:51,
Hey I think eduaction is a rather long learning proccess and we thank u for being my inspiration.
#13 by search engine optimization service (182.186.181.224) At 2012-01-18 16:31,
Do you have a great collection of photos.these with a view to the extreme cold.
#12 by memory foam pillows (182.186.161.57) At 2011-12-09 17:06,
เกิดมาทำไม สำหรับตัวเอง คงเกิดมาเพื่อจะรักใครบางคน และเกิดมาเพื่อให้ใครซักคนรัก... แบบว่ากำลังอินเลิฟคร้าาาาาาาาาา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ถ้าไม่มีเขาแล้วฉันจะอยู่ไปเพื่ออะไร
#11 by Viva (124.120.96.211) At 2011-05-29 18:59,
#10 by เม (118.173.33.243) At 2008-02-24 16:58,
อัพสิๆ
#9 by N_an At 2007-10-26 12:07,
ใช้สติในการรับรู้ การข่ม ไม่ให้ฟุ้ง แล้วมุ่งไปข้างหน้าอย่างมีสติconfused smile
#8 by matoom39 At 2007-10-17 10:08,
ไปดูบล็อก มีรูป
#7 by merveillesxx (58.8.115.133) At 2007-10-15 02:58,
ค่อยๆๆคับค่อยๆๆopen-mounthed smile
#5 by nop At 2007-10-11 04:15,
ค่อยๆๆคับค่อยๆๆopen-mounthed smile
#6 by nop At 2007-10-11 04:15,
ช่ายๆ อย่างงั้นล่ะ ความจริงคนเราไม่ต้องการอะไรมากหรอก
แค่มีชีวิตรอด ความปรารถนาอย่างแรกของชีวิตเลยล่ะ
#4 by Amilin At 2007-10-03 17:44,
ตอนนี้ก็หนาวอยู่ ทั้งทางกาย และทางใจ

ชีวิตเหมือนอากาศหนาว มีหนาวมาก หนาวน้อย เราคงหนาวไม่ต่างกัน

ถ้าอยากรู้ว่า "เกิดมาทำไม" กลับไปลงเรียน มน ใหม่ ถ้าถามกู กูบอก เกิดมาเพื่อเป็นภาระโดยเฉพาะ 555+
#3 by N_an At 2007-10-03 15:44,
เมื่อเราสลายจิตใจที่ฟุ้งเฟ้อ
ความคิดที่เรียบง่ายก็จะกลับมาหา
แต่ทำไมเรากลับฝักใฝ่ที่จะเข้าไปอยู่ในโลกที่เพ้อฝันอย่างกลมกลืนเป็นเนื้อเดียว ให้มันค่อยๆกัดกล่อนเราอย่างช้าๆและทวีขึ้น อวิชชาทำให้เราลุ่มหลงกระมัง

อวิชชาผู้แสนน่ารัก
#2 by '''''''''' ' _ ' ''''''''''' At 2007-10-03 12:02,
ลมในทะเลทำให้เกิดคลื่นน้อยใหญ่...ผืนน้ำไม่เรียบสงบ..แต่เรือก็ยังล่องไปข้างหน้า(อาจเร็วกว่าตอนปกติด้วย)

ปล.วง Gorillaz เพื่อนผมส่วนใหญออกเสียงว่า กอ-ริล-ล่า-ส
ผมเองกับเพื่อนส่วนน้อยกว่า ออกเสียงว่า กอ-ริล-ลาส (อาศัยหลักการสไลด์เสียงตามที่อาจารย์ขวัญทิพย์สอนตอนม.4 )...แต่จริงๆแล้วออกเสียง 2 อย่างนี่ฟังๆไปมันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่นี่เนอะ ว่ามั้ยครับ
#1 by GuGGGar At 2007-10-03 10:09,