หน้ากากที่มองเห็น กับ จิตใจที่ยากจะหยั่งรู้
หน้าตา ท่าทาง คำพูดเป็นสิ่งที่เราใช้ในการสื่อสาร ใช้ในการแสดงออก เป็นสิ่งที่ทำให้คนอื่นสามารถเข้าใจ และ รับรู้ในสิ่งที่เราต้องการจะสื่อ
ถ้าเรามีความสุข เราจะยิ้ม ถ้าเราเศร้าเราจะร้องให้ ถ้าเราทำหน้าเหวอก็เท่ากับเรางง หรือถ้าเราตาขวางก็เท่ากับเราโกรธ
สิ่งที่เรารับรู้ เป็นอย่างนั้นจริงๆเหรอ
หลายครั้งที่เราอารมณ์เสียอย่างรุนแรง แต่เราก็ต้องเก็บกักความไม่พอใจนั้นไว้แล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลายครั้งที่เราอยากจะหัวเราะให้ขาดใจตายแต่เราก็ต้องกลั้นไว้เพราะกลัวเพื่อนจะโกรธ
หลายครั้งที่เราอยากจะร้องไห้ อยากจะฟูมฟายตีอกชกตัว แต่ก็ทำไม่ได้เพราะกลัวว่าคนอื่นจะมองว่าเราอ่อนแอ
หลายครั้งที่เราไม่ได้โกรธแต่ก็แกล้งทำเป็นโกรธเพื่อเรียกร้องความสนใจเล่นๆ
คำที่บอกว่าปากไม่ตรงกับใจ อาจจะนำมาประยุกต์ใช้กับเหตุการณ์เหล่านี้ได้ เพียงแต่ว่าเปลี่ยนมาเป็นการแสดงออกที่ไม่ตรงกับ(จิต)ใจแทน ระยะนี้เรามีความรู้สึกอย่างนี้บ่อยครั้ง...
ในใจคิด : กูเบื่อจะเเย่แล้ว ไม่ไหวๆๆ ตอนนี้ไม่อยากจะพูด ไม่อยากจะมองไม่อยากจะสนใคร ทั้งนั้น
แต่สิ่งที่แสดงออกคือ : การฝืนยิ้ม (ซึ่งไม่รู้ว่าคนอื่นจะดูออกหรือเปล่า) และพูดคุยกับคนที่ถามด้วยความ(พยายาม)ร่าเริง
ในใจคิด : ปล่อยเรานอนให้หนอนกินอยู่ตรงนี้เถอะ..
แต่สิ่งที่เเสดงออกคือ : ไม่สามารถที่จะปฏิเสธคำชวนได้
หลังจากผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาได้สักพักใหญ่ๆ เราก็มานั่งคิดว่า ตอนนี้เรากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ และถ้าเราแสดงความเป็นตัวของเราออกมาสู่ภายนอกมากกว่านี้อีกสักนิด คนใหม่ๆที่เพิ่งจะเจอะเจอเราจะรับเราได้ไหมนะ??
หน้ากากเเห่งการฝืน กับจิตใจที่อ่อนล้า จะเป็นอย่างนี้ไปอีกนานเท่าไหร่กันเนี่ย...
ข้อคิดจากคุณแม่ : ยิ้ม ไม่ต้องเสียตัง ยิ้มๆไปเถอะ แล้วสิ่งที่คุณจะได้กลับ มาจะมีค่ามหาศาล
: ชีวิตนี้ไม่มีทางลัด
: ถ้าคิดจะให้ใครยืมเงิน จงคิดไว้เลยว่าเงินนั้นจะเป็นศูนย์
edit @ 2007/06/21 19:28:24