อืม..เราได้ tag นี่มาจากน้องอาร์ต เราก็พอจะเข้าใจอยู่นะว่าคืออะไร แต่เรากลับงงตัวเองว่าใครคือ idolของเรา และ สิ่งนี้มีส่งผลอย่างไรในชีวิตของเราบ้าง??ทำให้เราต้องคิดวกไปวนมาอยู่นานสองนาน
อืม idolนี่มานจะหมายถึงอะไร?? คนทั่วไปบอกว่าidolคือคนต้นแบบที่เราอยากจะมี หรืออยากจะเป็นแบบเขาใช่มั๊ยนะ??
เเต่เท่าที่เรามานั่งคิดๆดูแล้ว ถึงเราอยากจะเป็นแบบเขา เราก็เป็นแบบเขาไม่ได้ เพราะเขาไม่ใช่เรา แล้วทำไมเราถึงต้องอยากมีจะเป็นเหมือนใครด้วย
ถ้าเราอยากเป็นเหมือนเค้า เราก็จะกลายเป็นเค้า แล้วตัวตนของเราล่ะ มันจะหายไปไหน? เริ่มงงมะ
คนทุกคนมีสิ่งสากลร่วมกันอยู่ที่เป็นสิ่งที่แยกเยะมนุษย์ให้แตกต่างจากสิ่งอื่นๆในโลก แต่ทุกคนย่อมมีลักษณะเฉพาะ ลักษณะนิสัยหรือเอกลักษณ์บางอย่างที่บ่งบอกว่านี่คือเรานะ และทำให้เราเป็นเราในท่ามกลางมนุษย์ร่วมโลกอีกหลายล้านล้านคน
เอาล่ะถึงแม้เราจะรู้ว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปเหมือนใครและเราสมควรที่จะดีใจว่าเรานั้นมีแนวเป็นของตนเองไม่เหมือนคนอื่น แต่บางครั้งในจิตใจลึกๆมันก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่า "ทำไมกูไม่เป็นแบบเค้าบ้างวะ ทำไมเราไม่โชคดีแบบคนนั้น ทำไมเราไม่สวยไม่หล่อเหมือนพระเอกนางเอกหนัง ทำไมเราไม่รวยล้นฟ้าเหมือน... ทำไม ทำไม??"
นั่นก็มาจากความเชื่อที่ว่า ทุกอย่างในโลกไม่ได้สิ่งใดเลยที่เป็นสิ่งสมบรูณ์ถ้าเรามองตามทฤษฎีเรื่องแบบของเพลโต(ใครไม่เข้าใจถามนอกรอบได้ หรือไม่ก็เซริจหาอ่านเอาในกูเกิ้ล)แต่ถึงกระนั้น ความอยากก็เป็นแรงผลักดันอย่างหนึ่งที่ทำให้เราอยากจะได้ อยากจะมีในสิ่งที่ดีขึ้น ((กว่าสิ่งที่เรามีที่เราเป็น)) เพราะเชื่อว่าถ้าเรามีแล้วชีวิตเราก็จะดีตามไปด้วย อันนี้ก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละบุคคลอ่ะนะ
และเราก้เป็นมนุษย์ปถุชนสามั๊ญ สามัญคนนึ้งก็ไม่แปลกใช่ไหมที่เรามีความอยาก แบบที่ใครๆเค้าม็มีกัน ((ข้ออ้างชัดๆ 55)) สังเกตุคนเราส่วนมากไม่ค่อยยอมรับในสิ่งที่เราอยาก หรือที่เราเป็น เช่น
เราเองอยากจะไปเที่ยว เลยจะโทรไปชวนเพื่อน..
เพื่อนก. เฮ้ยๆ "เค้า"จะไปเที่ยวกัน มึงจะไปไหม
เพื่อน ข. เออ ใครไปมั่ง
เพื่อนก. โอ่ยเยอะเยะ เค้าก็ชวนๆกันมา
เพื่อนข .เออแล้วใครเป็นตัวตังตัวตีวะ
เพื่อนก. กูก็ไม่รู้เหมือนกัน สรุบมึงจะไปมะ?
เอาล่ะ เข้าเรื่องเสียที สรุปไอดอลของเราก็มีนะ แต่เราไม่รู้ว่าแบบนี้จะสามารถเรียกว่าไอดอลได้หรือป่าว ??
ไอดอลของเราจะมีความสำคัญทางจิตใจของเราต่างๆกันไปตามช่วงอายุของเรา ซึ่งจนถึงตอนนี้ก็แบ่งเป็น5 ช่วงได้
ช่วงแรกเราอายุ4-6ขวบได้ ไอดอลของเราคือหมีสีแดงที่แม่ซื้อให้ที่ห้างเซ็นทรัลสีลม ชื่อว่าบิ๊บิ
ความทรงจำในขณะนั้น - วันแรกที่เราไปเจอบิบิ๊เราจำได้ว่ามันนั่งอยู่ในตู้กระจกที่แผนกของเล่นในห้างและไม่รู้ด้วยเหตุผลประการใดแม่ซื้อให้เรา ตอนนั้นไม่ได้ดีใจอะไรมาก เราอุ้มมันกลับมาบ้าน เราเอาให้พี่ชายเราดู จำได้เราวางมันไว้ในห้อง พอเรากลับมาอีกทีพี่เอาก็เอาปากกาเมจิเขียนเป็นจุด6จุดที่หน้าฝากของบิ๊บิ(เหมือนพระในวัดเส้าหลิน) เราตกใจและก็ร้องไห้
ช่วงเวลานี้สิ่งที่เราได้ - คือ ถึงแม้ว่าบิ๊บิจะมีตำหนิไม่สวยเหมือนเดิมแล้ว แต่เราก็ยังคงรักมันเหมือนเดิม บิ๊บิสอนให้เรารู้ว่ารูปกายภายนอกไม่ได้สำคัญเสมอไป ยังไงบิ๊บิก็ยังเห็นตุ๊กตาหมีตัวแรกที่เรารัก นอกจากนี้บิ๊บิยังเป็นเพื่อนนั่งเล่นกันเราทุกครั้งเวลาที่พี่ชายเราไม่ยอมเล่นด้วย และยังรอคอยการกลับมาของเราในทุกวันจากโรงเรียน
ช่วงที่สอง7-9ขวบ เป็นกบเคโระตัวใหญ่ อาเราซื้อมาให้จากที่ไหนสักแห่ง ชื่อว่าเหี่ยว
ความทรงจำในขณะนั้น - ตอนนั้นเรามีตุ๊กตากบเหมือนกับพี่ชายเลย ตอนแรกที่บ้านจะซื้อคิตตี้ให้ แต่เราไม่เอาบอกในเมื่อพี่เราได้กบ เราก็ต้องมีกบบ้าง((ความง.ง. ในวัยเยาว์)) กบของพี่ชายเราชื่ออ้วน ดังนั้นกบเราเลยชื่อเหี่ยว มันดูคอนทราสดี
ช่วงเวลานี้สิ่งที่เราได้ - เหี่ยวจะเป็นฮีโร่ของเรา คือ เหี่ยวจะไม่กลัวความมืด จะไม่กลัวที่แคบ เวลาเราต้องขึ้นข้างบนเเล้วไฟไม่ได้เปิดนั้นเราจะอุ้มเหี่ยวไปด้วย หรือเเม้กระทั่งเวลาปวดฉี่ตอนกลางคืนก็มีเหี่ยวนี่แหละไปเป็นเพื่อนโดยไม่เคยบ่นหรือปฎิเสธเราเลย
ช่วงที่สาม 10-13 เป็นเป็ดสีขาว อาเราซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด ชื่อคิโนะ
ความทรงจำในขณะนั้น - ตอนนั้นเรามีเพื่อนสนิทอยู่คนนึง เค้าชอบเป็ดตัวนี้มาก และบอกเราอยู่ทุกวี่วันถึงความน่ารักของเป็ดตัวนี้ เราก็เลยเออ ออตามมันและได้มีเป็ดแบบนั้นไว้ในครอบครองในที่สุด ตอนนั้นเราบ้ามาก ถึงขนาดมี คินะ คิเนะ คิโฮะ คิเฮะตามมาซึ่งก็เป็นเป็ดแบบเดี่ยวกันแต่คนละไซส์
ช่วงเวลานี้สิ่งที่เราได้ - ตอนนั้นกำลังอยู่ในวัยงี่เง่าไร้เหตุผล เราพยายามทำตัวเป็นปรปักษ์กับทุกสิ่งอย่างบนโลก เราโดนเพื่อนงอน เราโดนที่บ้านโกรธ เราโดนพวกพี่ๆว๊าก และสุดท้ายคนที่อยู่เป็นเพื่อนเราคือคิโนะและผองเพื่อนเป็ด(หรือว่าเพราะคิโนะหนีไม่ได้หว่า55)เวลาเรามีเรื่องดีใจหรือเสียใจ คิโนะรับฟัง และไม่เคยที่จะว่า หรือ ไม่เข้าใจ นอกจากนี้คินะก็เป็นเหมือนกระสอบทรายระบายอารมของเราด้วย ตอนนั้นเรามีเหตุผลในความงี่เง่าของเรานะถึงแม้มานจะดูโง่ๆ แต่ว่าก็ว่าเถอะเรายังเด็ก
ช่วงที่สี่ 14-20ปี เป็นหมาสีเหลือง ยิ้มแฉ่งชื่อหมายิงฟัน เราได้มาในวันคริสต์มาส
ความทรงจำในขณะนั้น - เราไปเจอหมายิงฟันที่ห้างแถบชานเมือง ตอนนั้นมีหมายิงฟันนั่งเรียงกันเป็นสิบสิบตัว แต่เราก็เดินพุ่งเข้าไปที่หมายิงฟันตัวนี้และอุ้มมันขึ้นมาบอกว่าเอาตัวนี้แหละ พี่ชายเราก็อยากได้บ้างแต่เราปฏิเสธหัวชนฝาว่าห้ามซื้อ ถ้าซื้อเราขู่ว่าจะอาละวาดแบบก๊อตซิล่า!!
ช่วงเวลานี้สิ่งที่เราได้ - ช่วงเวลาที่เราได้หมายิงฟันมาเป็นช่วงเวลาที่เสมือนรอยต่อของชีวิตเรา เราต้องสอบเข้าม.4 และเราต้องเอนทรานส์ หมายิงฟันจะนั่งเป็นเพื่อนเราเวลาที่เราอ่านหนังสือ คอยฟังคำบ่น คำโวยวายจากเรื่องสารพันรอบตัวของเรา และอยู่เป็นเพื่อนเราเวลาที่เรามีปัญหาที่คิดว่าเราไมสามารถจะไปบอกกับใครได้ และหมายิงฟันก็ซับน้ำตาของเราไปมากเช่นกันหมายิงฟัน อยู่กับเราในช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของชีวิต และตามเราไปทุกที่ที่เราต้องการให้มันไปด้วย
ช่วงสุดท้าย 21จนถึงปัจจุบัน เป็นเสือสีขาว ชื่อน้องเสือ ซื้อมาด้วยเงินของตัวเอง
ความทรงจำในขณะนั้น - ตอนนั้นเราไปอยู่ที่ที่ไม่สามารถเอาหมายิงฟันไปได้เป็นเวลานานพอสมควร ประจวบกับเราไปเจอน้องเสือ น้องเสือน่ารักมากจนเราอดใจไม่ได้ที่จะซื้อมันมา น้องเสือตัวยาวสามารถคลุมเราตั่งก่าหัวถึงเข่า รู้สึกอบอุ่นมากๆ และดูเหมือนทุกคนจะรักน้องเสือ ยกเว้นคนในบ้าน เพราะอากับน้องสาวเราบอกว่าน้องเสือหน้าเศร้า เราว่าไม่เศร้าหรอก น่ารักจะตาย
สิ่งที่เราได้ในขณะนี้ - น้องเสือเป็นเพื่อนของเรา อยู่กับเรา รับฟังเราและเรารู้สึกว่าเวลาเราจ้องตาน้องเสือ น้องเสือเหมือนจะบอกเราว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง หรือ น้องเสือดีใจด้วยนะที่สุดมีความสุข
ส่วนหนึ่งในชีวิตของเรา เราเรียนรู้การใช้ชีวิตอยู่บนโลก และรู้ถึงวิวัฒนาการของตัวเราเองผ่านidolของเราทั้งหลายเรานี้
*เรารู้ซึ้งว่าทุกสิ่งในโลกมีการเปลี่ยนแปลง ของที่เรารักมากวันนี้นานๆไปมันอาจมีคุณค่าทางจิตใจต่อเราน้อยลง หรืออาจยิ่งทวีเพิ่มค่ามากขึ้น
*เรารู้ว่าการที่มีใครสักคนอยู่ข้างเราช่วยทำให้เราสามารถลืมความกลัว และกล้าที่จะทำสิ่งต่างๆ
*เรารู้ว่าการฟังเป็นสิ่งที่ดี แต่บางทีผู้ฟังที่ดีก็เป็นสิ่งสำคัญ
*เรารู้ว่าสิ่งทั้งหลายเป็นอนิจจัง มีเกิดต้องมีดับ ถึงแม้ว่าใครคนนึงจะดับไป คนที่เหลือก็ยังคนต้องดำเนินต่อ
*เรารู้ว่าความรักสามารถมีได้กับทุกสิ่งและทุกคนและทุกเวลา
*เรารู้ว่าบางช่วงของชีวิตเราเหมือนหลอกตัวเอง และหนีปัญหา แต่พอเวลาผ่านมา เราก็รู้ว่าความเงียบอาจเป็นทางออกที่ดีที่สุด
*เรารู้ว่า เวลาทำให้เราเรียนรู้และเขาใจสิ่งต่างๆมากขึ้น
*ความทรงจำจะเป็นสิ่งที่ทำให้เราเข้มเเข็งขึ้น
***ขอขอบคุณidolของเราทุกคนที่อยู่เคียงข้าง รับฟัง เข้าใจและก้าวเดินไปพร้อมๆกับเรา โดยเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญของชีวิตที่ทำให้เราเป็นเราขึ้นมาในทุกวันนี้
และจะเป็นสิ่งที่ดี ถ้าเราได้ซึมซับข้องดีทั้งหลายของidolของเราไว้ในตัวเรา และใช้กับใครคนหนึ่งที่ต้องการ ณ.เวลานั้น คนคนนั้นคงรู้สึกดีไม่ต่างไปจากเราเลย
ข้อคิดวันนี้ : Something unpredictable but when the end is right, I hope you have a time of your life. By : Green day