ไม่เคยนึกมาก่อนว่าจะมีวันนี้ขึ้นจริงๆ
สมัยเด็กจำได้ตอนที่ขอพ่อขอแม่ไปดูหนังครั้งแรก แล้วท่านทั้งสองบอกว่าอย่าไปเลย แล้วบอกถึงข้อเสียของการไปดูหนัง บอกว่าเรายังเด็กบ้างล่ะ โรงหนังมันมึดไม่กลัวเหรอ บอกว่าจะไปทำไมเดี๋ยววีดีโอ(สมัยนั้นๆ)ก็ออกมาแล้ว
แปลกแต่จริงที่พ่อกับแม่ของข้าพเจ้าไม่ชอบออกไปห้าง ไปดูหนัง การถ่ายรูป หรือแม้แต่กิจกรรมที่โรงเรียนบอกว่าผู้ปกครองสมควรที่จะต้องไป โดยเฉพาะพ่อ ที่เคยบอกว่าพ่อไม่ชอบสุดเข้าใจใช่มั๊ย??
รูปครอบครัว จะว่าไปมันก็มีอยู่ แต่เมื่อสมัยเรายังเด็กยังเล็กนัก นานนมถมถืดมาแล้ว
เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ของเดือนมีนาคมวันนั้นเราไปเจอแม่ แม่บอกกับเราว่า
"สุดๆอยากดูหนังกับแม่มั๊ยลูก" ตอนนั้นเราตาลุกวาวและบอกว่าไปสิแม่ วันนี้เลยไหม??
"แม่บอกว่าไม่ มันยังไม่เข้า งั้นเดี๋ยวสุดพาแม่ไปนะ"
เราก็รอแล้วรอเล่าเฝ้าโทรถามเป็นระยะๆ "จะไปยังแม่ๆๆ"
จนเมื่อวันเสาร์ที่7เมษายน2007 ความฝันของเราก็เป็นจริง
วันนี้เรากับแม่จะไปดูหนังกันสองคน งน งน งน งน งน((เสียงแอคโค่))
ตอนเช้าแม่กับพี่ชายมารับเพื่อไปกินข้าวกันก่อน ((เรื่องกินข้าวมีไปกินบ้างประปรายเลยไม่ตื่นเต้นเท่าไรนัก))
ตอนแรกนึกว่าพี่จะไปด้วย แต่มันดันบอกว่าไม่ดูจะไปแล้ว เราก็ว่าตามใจ ยังไงก็มีแม่อยู่แล้ว
พอเสร็จเราก็ไปจองตั๋วหนัง เราถามแม่เราว่า
"แม่ๆไม่ได้ดูหนังโรงมานาแค่ไหนแล้ว??"
แม่ตอบ "ก็ตั้งแต่มีไอ้วีดีโอที่สีดำๆออกมานั่นแหละ"
หนังเรื่องที่สามารถทำให้แม่เราออกมาดูหนังในครั้งนี้ได้ก็คือเรื่อง "มะหมา 4 ขาครับ" เราต้องขอกราบหนังเรื่องนี้อย่างงามๆ3-4ที
ตอนนั้นดูเวลา กว่าหนังจะฉายก็อีก30-40นาที งั้นไปเดินเล่นก่อนละกันนะ
เราก็เดินจูงมือแม่เลย แฮปปี้มากๆ แม่ลูกๆ เดินผ่านตู้สติ๊กเกอร์ ไอเดียเราก็กระฉูดทันที...
"แม่ๆ ถ่ายรูปสติ๊กเกอร์กับสุดนะ"
และคำตอบก็เป็นไปตามที่เราคิด "ไม่เอาแม่ไม่ชอบถ่ายรูป"
เรานิ่ง และใช่คำพูดไม้ตายที่คิดไว้นานแล้ว เราบอกแม่ว่า
"แม่สุดยังไม่เคยถ่ายรูปคู่แบบนี้กับเเม่เลยนะ" พร้อมจ้องหน้าแม่อย่างจริงจัง
และแล้วแม่ตอบว่า"ก็ได้ แต่เอาใบเล็กนะ"
ตอนนั้นเราดีใจแทบเต้น แต่ก็ยืนยิ้มพร้อมบอกว่าไงก็ได้แล้วแต่เเม่เลย
ถึงแม่จะทำหน้านิ่งๆเฉยๆไม่ยอมยิ้ม แต่เราว่ามันก็ดูสวยเป็นธรรมชาติดี
ป.ล. พอได้รูปแม่บอกว่าสุดทำไมหน้าแม่ใหญ่หยั่งงี้ล่ะ 555
พอถ่ายเสร็จแม่เราก็ไม่ยอมไปไหนละ กลัวโดนลูกลากไปทำอะไรมากกว่านี้กระมั้ง บอกว่าจะไปรอหน้าโรง ไปก็ไปแต่เหลือเวลาอีกตั้งนาน
แม่ข้าพเจ้าเป็นโรคติดเกมส์ เตอติส ขนาดมาห้างยังพกมา คุณเธอก็เล่นไประหว่างรอเวลา ดูชิลดีๆ
พอถึงเวลาได้เข้าโรง เราก็พาแม่ไปซื้อป๊อบคอร์นให้ครบสูตรแล้วจึงเดินเข้าไปนั่งที่ สักพักเราถามว่าแม่ๆ ไม่หนาวเหรอ แม่บอกว่าไม่เลยๆ แล้วก็ควักเสื้อหนาวออกมาจากกระเป๋า โอ้วท่านแม่ เตรียมพร้อมขนาดนะ 55
หนังเริ่มฉาย เราหันไปมองแม่อยู่เป็นระยะๆ แสงไฟจากจอ สะท้อนมาที่หน้าแม่ แล้วเห็นแม่ยิ้มนั้น เป็นภาพที่ข้าพเจ้าจะไม่มีวันลืม จริง จริง
หนังจบ คนค่อยๆทะยอยออกมาจากโรง ข้าพเจ้าถามแม่ว่าชอบไหม แม่พยักหน้า เราเลยรีบชิงถามต่อว่า จะมาดูอีกไหม หนังตัวอย่างมีเรื่องที่อยากดูหรือเปล่า?? เเม่บอกไม่ เหอๆตอนนั้นรู้สึกอึ้งไปเหมือนกัน แล้วสักพักแม่ก็บอกว่า แต่ไอ้เรื่องที่มีโน๊ต-อุดมกับป๋าเทพที่ขับรถเมล์ก็น่าดูนะ ข้าพเจ้าอึ้งต่อเล็กน้อยแล้วบอกว่าแม่ๆถ้าจะมาดูบอกสุดนะ แม่บอกได้ๆ ((ดีใจ))
จากนั้นข้าพเจ้าก็ไปสัพเพเหระต่อตามประสา และอวดรูปที่ได้ถ่ายมาให้เพื่อนทกคนที่พบเจอ พร้อมกับวิตกจริตกำรูปนั้นไว้ตลอดเวลาเพราะกลัวหาย แต่ตอนนี้รูปนั้นก็ได้เก็บอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยแล้ว
วันนั้นก็เป็นวันเสาร์เหมือนทุกๆเสาร์ที่ผ่านมา แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมันช่างทำให้ข้าพเจ้าไม่อยากหยุดยิ้ม มันเป็นอะไรที่ช่างอิ่มเอม อิ่มเอมใจเสียนี่กระไร
ข้อคิดวันนี้ :Love me love my mom by zoOd
...
(แอบภูมิใจเล็กๆ)